ตะกร้าว่าง
“ไยจึงจะจัดพิธีมงคลเสียในเร็ววันมิได้เล่า” ฉู่ฮั่นเหลียนอดจะสงสัยไม่ได้แรกเริ่มเขาก็ไม่คาดคิดว่านางจะเป็นถึงคุณหนูสกุลใหญ่ ทางบ้านเป็นถึงโรงพิมพ์อีกทั้งมีร้านหนังสือชื่อดัง บัณฑิตทุกคนในเมืองต่างต้องเป็นลูกค้าร้านหนังสือสกุลฟางมาบัดนี้ เขายินยอมพร้อมใจจะแต่งกับนาง ยอมแม้กระทั่งแต่งเข้าสกุลนางเสียด้วยซ้ำ นางก็ยังบ่ายเบี่ยงรู้เช่นนี้ วันที่ท่านแม่จะให้นางมาเป็นสาวใช้อุ่นเตียง เขาน่าจะรับไว้ บัดนี้ไม่แต่งให้เขานางก็ไม่สามารถแต่งให้ผู้ใดได้อีกแล้ว“เรื่องทางบ้านข้าก็ยังหาได้จัดการให้เรียบร้อยไม่ อีกทั้งความฝันของข้าที่จะรับใช้ราชสำนัก เป็นอาจารย์หญิงในสำนักศึกษาหลวงก็ยังหาได้สำเร็จ” ฟางจื้อหนิงตอบยิ้มๆ “ท่านจะกังวลไปไย ข้าหาได้คิดแต่งให้ผู้ใดไม่” ในใจคิดว่าควรหาโอกาสกลับห้องของตนเองก่อนจะดีกว่า ขืนนั่งคุยต่อไปเช่นนี้นางหาเหตุผลโต้เถียงเรื่องแต่งงานไม่ได้เป็นแน่ฉู่ฮั่นเหลียนหรี่ตา มองจนหญิงสาวรู้สึกราวเหยื่อที่จะถูกล่า จึงทำใจดีสู้เสือ“เอาล่ะๆ ดึกมากแล้ว ท่านพักสักหน่อยเถิด ข้าเองก็จะกลับห้องเช่นกัน” ฟางจื้อหนิงลุกขึ้นยืนและจะขอตัวกลับห้อง ทว่าปลายเท้าเล็กๆ ยังมิทันได้ก้าวออกจากเก้าอี้ก็รู้สึกตัวลอยวูบขึ้นจากพื้นรู้สึกตัวอีกทีก็นั่งอยู่บนหน้าตักแกร่งเป็นที่เรียบร้อย“ท่าน!” เสียงหวานดังราวตื่นตระหนก“เจ้าย่อมไม่ควรคิดแต่งให้ผู้ใด” เสียงทุ้มดังอยู่ริมหู ทำให้หญิงสาวรู้สึกราวขนกายลุกชัน ใจเต้นไม่เป็นส่ำ “แต่ไยข้าจึงรู้สึกว่า แม้แต่ข้าเอง เจ้าก็ไม่คิดจะแต่งให้เช่นกันเล่า” น้ำเสียงของฉู่ฮั่นเหลียนราบเรียบ แฝงไว้ด้วยแววคุกคามอย่างที่ไม่ยินยอมให้หญิงสาวรอดพ้นไปได้ “ข้าควรทำเช่นไรกับเจ้าดีหนอหนิงเอ๋อร์”หญิงสาวหน้าแดงก่ำ ขยับกายดิ้นไปมาหมายจะลุกขึ้นจากตักแกร่ง “ปล่อยข้าเถอะ ใครเห็นเข้าจะไม่ดี”“ข้ากำลังคิดว่า ทำอย่างไรหนอเจ้าจึงจะแต่งให้ข้าเสียที” ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ใบหน้าขาวนวลที่บัดนี้แดงเรื่ออย่างแผ่วเบา “ข้ายินยอมแต่งให้เจ้าออกปานนี้แท้ๆ” เสียงทุ้มแหบพร่า ฉู่ฮั่นเหลียนในยามนี้รู้สึกเพียงว่าสตรีตรงหน้าผู้นี้น่าสนใจกว่าตำราและอักษรที่เขาพบมาทั้งชีวิตฟางจื้อหนิงรู้สึกทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง ไฉนบุรุษที่แสนเงียบขรึมต่อหน้าผู้คนทั่วไปจึงได้มีมุมอารมณ์อ่อนไหวเพียงนี้“ทะ...ท่าน...ท่าน...”
คุกกี้ช่วยให้เราสามารถให้บริการจากเราได้ คุณควรยินยอมเปิดใช้งานคุกกี้